อาเซียนศึกษาโรงเรียนบ้านเชียงวิทยา

 

ประเทศสมาชิกอาเซียน

บรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)


ธงชาติ        ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : เนการา บรูไน ดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam แปลว่า ดินแดนแห่งความสงบสุข)
ที่ตั้ง : ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว (ละติจูดที่ 5 เหนือเส้นศูนย์สูตร) แบ่งเป็นสี่เขต คือ เขต Brunei-Muara เขต Belait เขต Temburong และเขต Tutong
พื้นที่ : 5,765 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ร้อยละ 70 เป็นป่าไม้เขตร้อน
เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน (Bandar Seri Begawan)
ประชากร : 370,00 คน (2548) ประกอบด้วย มาเลย์ (66%) จีน (11%) และอื่น ๆ (23%) มีอัตราการเพิ่มของประชากรปีละ 2 %
ภูมิอากาศ : อากาศโดยทั่วไปค่อนข้างร้อนชื้น มีปริมาณฝนตกค่อนข้างมาก อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส
ภาษา : ภาษามาเลย์ (Malay หรือ Bahasa Melayu) เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน
ศาสนา : ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม (67%) ศาสนาอื่น ๆ ได้แก่ ศาสนาพุทธ (13%) ศาสนาคริสต์ (10%) และฮินดู
สกุลเงิน : ดอลลาร์บรูไน (Brunei Dollar : BND) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 22.9 บาท/ 1 ดอลลาร์บรูไน (ขาย) 23.5 บาท/ 1 ดอลลาร์บรูไน (มกราคม 2552) (ค่าเงินบรูไนมีความมั่นคงและใช้อัตราแลกเปลี่ยนเดียวกับเงินสิงคโปร์ และสามารถใช้เงินสิงคโปร์ในบรูไนได้ทั่วไป)
ระบอบการปกครอง : สมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัลโบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ (His Majesty Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah) ทรงเป็นองค์พระประมุขของประเทศตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2510

  • รัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 1 มกราคม 2527 กำหนดให้สมเด็จพระราชาธิบดีทรงเป็นอธิปัตย์ คือ เป็นทั้งประมุขและนายกรัฐมนตรี
  • สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ปัจจุบันยังทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย
  • ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนฯ เชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิด และจะต้องนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่

กัมพูชา (Cambodia)

 
ธงชาติ            ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)
ที่ตั้ง : กัมพูชาตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทิศเหนือติดกับประเทศไทย (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) และลาว (แขวง อัตตะปือและจำปาสัก) ทิศตะวันออกติด เวียดนาม (จังหวัดกอนทูม เปลกู ซาลาย ดั๊กลั๊ก ส่องแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกียงซาง) ทิศตะวันตกติดประเทศไทย (จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด) และทิศใต้ติดอ่าวไทย
พื้นที่ : ขนาดกว้าง 500 กิโลเมตร ยาว 450 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 181,035 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทย เส้นเขตแดนโดยรอบประเทศยาวประมาณ 2,000 กิโลเมตร โดยมีเส้นเขตแดนติดต่อกับประเทศไทยยาว 798 กิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
ประชากร : 14.1 ล้านคน (ปี 2548) ประกอบด้วย ชาวเขมรร้อยละ 94 ชาวจีนร้อยละ 4 และอื่น ๆ อีกร้อยละ 2 มีอัตราการเพิ่มของประชากรเฉลี่ยร้อยละ 2 ต่อปี
ภูมิอากาศ : ร้อนชื้น มีฤดูฝนยาวนาน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 20 – 36 องศาเซลเซียส
ภาษา : ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย
ศาสนา : ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท (แยกเป็น 2 นิกายย่อย คือ ธรรมยุตินิกายและมหานิกาย) และศาสนาอื่นๆ อาทิ ศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์
สกุลเงิน : เงินเรียล (Riel : KHR) อัตราแลกเปลี่ยน 4,000 เรียลเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100 เรียล เท่ากับ 1 บาท
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ

  • พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี (His Majesty Preah Bat Samdech Preah Boromneath Norodom Sihamoni) เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อ วันที่ 14 ตุลาคม 2547
  • นายกรัฐมนตรี คือ สมเด็จฮุน เซน (Samdech Hun Sen)

อินโดนีเซีย (Indonesia)


ธงชาติ       ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
ที่ตั้ง : อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย ทำให้อินโดนีเซียสามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อระหว่างมหาสมุทรทั้งสอง ผ่านช่องแคบที่สำคัญต่างๆ เช่น ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และช่องแคบล็อมบอก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก
พื้นที่ : 1,890,754 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย กว่า 17,508 เกาะ รวมอยู่ในพื้นที่ 4 ส่วน คือ

  • หมู่เกาะซุนดาใหญ่ ประกอบด้วย เกาะชวา สุมาตรา บอร์เนียว และสุลาเวสี
  • หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะชวา มีเกาะบาหลี ลอมบอก ซุมบาวา ซุมบา ฟอลเรส และติมอร์
  • หมู่เกาะมาลุกุ หรือ หมู่เกาะเครื่องเทศ ตั้งอยู่ระหว่างสุลาเวสี กับอิเรียนจายาบนเกาะ นิวกีนี
  • อีเรียนจายา อยู่ทางทิศตะวันตกของปาปัวนิวกินี

เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta)
ประชากร : ประมาณ 220 ล้านคน ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลากหลายกลุ่ม ซึ่งพูดภาษาต่างกันกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา
ภูมิอากาศ : มีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ประกอบด้วย 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม-ตุลาคม) และ ฤดูฝน (พฤศจิกายน-เมษายน)
ภาษา : ภาษาราชการและภาษาประจำชาติ ได้แก่ ภาษาอินโดนีเซีย หรือ Bahasa Indonesia
ศาสนา : ชาวอินโดนีเซียร้อยละ 87 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 6 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 3.5 นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก ร้อยละ 1.8 นับถือศาสนาฮินดู และร้อยละ 1.3 นับถือ ศาสนาพุทธ 4
สกุลเงิน : รูเปียห์ (Rupiah : IDR) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 2.87 บาท / 1,000 รูเปียห์ (ขาย) 3.32 บาท / 1,000 รูเปียห์ (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตย ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร

  • ประธานาธิบดี คือ ดร.ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (Susilo Bambang Yudhoyono) (ตุลาคม 2547)

ลาว (Laos)


ธงชาติ           ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (The Lao People’s Democratic Republic)
ที่ตั้ง : เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพรมแดนติดจีนและพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดต่อกับเวียดนามทางทิศตะวันออก ติดต่อกับกัมพูชาทางทิศใต้ และติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก พื้นที่ : 236,800 ตารางกิโลเมตร (ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย) แบ่งเป็น 16 แขวง และ 1 เขตปกครองพิเศษ (นครหลวงเวียงจันทน์)
เมืองหลวง : นครเวียงจันทน์ (Vientiane) (เป็นเขตเมืองหลวงเหมือน กทม. ส่วนแขวงเวียงจันทน์เป็นอีกแขวงหนึ่งที่อยู่ติดกับนครหลวงเวียงจันทน์)
ประชากร : 5.6 ล้านคน (ปี 2548) ประกอบด้วย ลาวลุ่มร้อยละ 68 ลาวเทิงร้อยละ 22 ลาวสูงร้อยละ 9 รวมประมาณ 68 ชนเผ่า
ภูมิอากาศ : อุณหภูมิเฉลี่ย 29-33 องศา ต่ำสุด 10 องศา ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1,715 มม.ต่อปี ความชื้น 70-80 %
ภาษา : ภาษาลาวเป็นภาษาราชการ
ศาสนา : ร้อยละ 75 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 16-17 นับถือผี ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ (ประมาณ 100,000 คน) และอิสลาม (ประมาณ 300 คน)
สกุลเงิน : กีบ (Kip) อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท : 276 กีบ (พฤษภาคม 2551)
ระบอบการปกครอง : ระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยพรรคการเมืองเดียวเป็นองค์กรชี้นำประเทศ คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว มีอำนาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบสังคมนิยม เมื่อ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518

  • ประมุข-ประธานประเทศ (ในภาษาลาว หมายถึง ตำแหน่งประธานาธิบดี) คือ พลโท จูมมะลี ไชยะสอน (8 มิถุนายน พ.ศ. 2549)
  • หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี คือ นายบัวสอน บุบผาวัน (8 มิถุนายน พ.ศ. 2549)

มาเลเซีย (Malaysia)


ธงชาติ       ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : มาเลเซีย (Malaysia)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร ประกอบด้วยดินแดนสองส่วน โดยมีทะเลจีนใต้กั้น

  • ส่วนแรก คือ มาเลเซียตะวันตก ตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายู มีพรมแดนทิศเหนือติดประเทศไทย และทิศใต้ติดกับสิงคโปร์ ประกอบด้วย 11 รัฐ คือ ปะหัง สลังงอร์ เนกรีเซมบิลัน มะละกา ยะโฮร์ เประ กลันตัน ตรังกานู ปีนัง เกดะห์ และปะลิส
  • ส่วนที่สอง คือ มาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว (กาลิมันตัน) มีพรมแดนทิศใต้ติดอินโดนีเซีย และมีพรมแดนล้อมรอบประเทศบรูไน ประกอบด้วย 2 รัฐ คือ ซาบาห์ และซาราวัก
  • นอกจากนี้ยังมีเขตการปกครองภายใต้สหพันธรัฐอีก 3 เขต คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (เมืองหลวง) เมืองปุตราจายา (เมืองราชการ) และเกาะลาบวน

พื้นที่ : 330,257 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur)
ประชากร : 26.24 ล้านคน (ปี 2549) ประกอบด้วย ชาวมาเลย์กว่า 40% ที่เหลืออีกกว่า 33% เป็นชาวจีน อีก 10% เป็นชาวอินเดีย อีก 10% เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะบอร์เนียว อีก 5% เป็นชาวไทย และอื่นๆอีก 2%
ภูมิอากาศ : ร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส
ภาษา : มาเลย์ (Bahasa Malaysia เป็นภาษาราชการ) อังกฤษ จีน ทมิฬ
ศาสนา : อิสลาม (ศาสนาประจำชาติ ร้อยละ 60.4) พุทธ (ร้อยละ 19.2) คริสต์ (ร้อยละ 11.6) ฮินดู (ร้อยละ 6.3) อื่น ๆ (ร้อยละ 2.5)
สกุลเงิน : ริงกิตมาเลเซีย (Malaysian Ringgit : MYR) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 9.25 บาท/ 1 ริงกิต (ขาย) 10 บาท/1 ริงกิต (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา (Parliamentary Democracy)

  • ประมุข คือ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน มีซาน ไซนัล อาบิดีน (พระนามเต็ม: อัล วาติกูร
    บิลลาห์ ตวนกู มิซาน ไซนัล อาบิดีน อิบนี อัลมาร์ฮุม สุลต่าน มาห์มัด อัล มัคตาฟิ บิลลาห์ ชาห์ ภาษาอังกฤษ : DYMM Al-Wathiqu Billah Tuanku Mizan Zainal Abidin Ibni Al-Marhum Sultan Mahmud Al-Muktafi Billah Shah) จากรัฐตรังกานู ทรงเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 13 ของมาเลเซีย (ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2549)
  • นายกรัฐมนตรี คือ ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ บิน ฮาจิ อาหมัด บาดาวี (Dato’ Seri Abdullah bin Haji Ahmad Badawi

พม่า (Myanmar)


ธงชาติ

ชื่อทางการ : สหภาพพม่า (Union of Myanmar)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 28 องศา 30 ลิปดา ถึง 10 องศา 20 ลิปดาเหนือ ภูมิประเทศตั้งอยู่ตามแนวอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์

  • ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับทิเบตและจีน
  • ทางตะวันออกติดกับลาว
  • ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดกับไทย
  • ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดีย
  • ทางตะวันตกเฉียงใต้และทางใต้ติดกับทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล

พื้นที่ : 676,577 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 1.3 เท่าของไทย)
เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw) (ภาษาพม่า) หรือบางครั้งสะกดเป็น เนปีตอ (Nay Pyi Taw) (มีความหมายว่า มหาราชธานี) เป็นเมืองหลวงและเมืองศูนย์กลางการบริหารของสหภาพพม่าที่ได้ย้ายมาจากย่างกุ้ง ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัตปแว (Kyatpyae) ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองเปียนมานา (Pyinmana) ในเขตมัณฑะเลย์ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาโดยรอบ เมืองนี้เป็นเมืองเดียวของประเทศพม่าที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในขณะที่เมืองหลวงเก่าย่างกุ้งจะไฟฟ้าดับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เมืองนี้อยู่ห่างย่างกุ้งไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งทางการพม่านั้นต้องการ เมืองนี้เริ่มมีการสร้างสิ่งต่าง ๆ บ้างแล้ว เช่น อพาร์ตเมนท์ ซึ่งคนพอมีเงินที่จะมาซื้ออยู่อาศัย เริ่มมีประชาชนอพยพมาอาศัยอยู่หลายหมื่นคน แต่เมืองหลวงแห่งนี้ ยังไม่มีโรงเรียน โรงพยาบาล เปรียบเสมือนเมืองทหาร ซึ่งกำลังก่อสร้างต่อไป
ประชากร : ประมาณ 56 ล้านคน (พ.ศ.2548) มีเผ่าพันธุ์ 135 เผ่าพันธุ์ ประกอบด้วย เชื้อชาติหลัก ๆ 8 กลุ่ม คือ พม่า (ร้อยละ 68) ไทยใหญ่ (ร้อยละ 8) กะเหรี่ยง (ร้อยละ 7) ยะไข่ (ร้อยละ 4) จีน (ร้อยละ 3) มอญ (ร้อยละ 2) อินเดีย (ร้อยละ 2)
ภูมิอากาศ : สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ในบริเวณที่เป็นเทือกเขาสูงทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศจะมีอากาศแห้งและร้อนมากในฤดูร้อน ส่วนในฤดูหนาวอากาศจะเย็นมาก ตามชายฝั่งทะเลและบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำจะแปรปรวนในช่วงเปลี่ยนฤดู เพราะได้รับอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นเสมอ ทำให้บริเวณนี้มีฝนตกชุกหนาแน่นมากกว่าตอนกลางหรือตอนบนของประเทศที่เป็นเขตเงาฝน ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว คือ ควรเดินทางในช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เพราะฝนไม่ตก และอากาศไม่ร้อนจนเกินไปนัก
ภาษา : ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ
ศาสนา : ศาสนาพุทธ (พม่าบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน พ.ศ. 2517) ร้อยละ 90 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 5 ศาสนาอิสลามร้อยละ 3.8 ศาสนาฮินดูร้อยละ 0.05
สกุลเงิน : จ๊าด (Kyat : MMK) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 25 จ๊าดต่อ 1 บาท หรือประมาณ 1,300 จ๊าดต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (มิถุนายน 2549)
ระบอบการปกครอง : เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council – SPDC)

  • ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (ประมุขประเทศ) คือ พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย (Senior General Than Shwe) (เมษายน 2535)
  • นายกรัฐมนตรี (หัวหน้ารัฐบาล) คือ พล.อ.เทียน เส่ง (Gen. Thein Sein) นายกรัฐมนตรีคนที่ 11 ของพม่า (พ.ศ. 2550)

ฟิลิปปินส์ (Philippines)

  
ธงชาติ       ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)
ที่ตั้ง : เป็นประเทศหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะจำนวนทั้งสิ้น 7,107 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากเอเชียแผ่นดินใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 100 กม. และมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นประเทศเพียงหนึ่งเดียวที่มีพรมแดนทางทะเลที่ติดต่อระหว่างกันยาวมากที่สุดในโลก

  • ทิศตะวันตกและทิศเหนือติดกับทะเลจีนใต้
  • ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
  • อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1,800 กิโลเมตร

พื้นที่ : 298,170 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย)
เมืองหลวง : กรุงมะนิลา (Manila)
ประชากร : 88.7 ล้านคน (พ.ศ.2550)
ภูมิอากาศ : มรสุมเขตร้อน ได้รับความชุ่มชื้นจากลมมรสุมทั้ง 2 ฤดู ได้รับฝนจากลมพายุไต้ฝุ่น และดีเปรสชั่น บริเวณที่ฝนตกมากที่สุด คือ เมืองบาเกียว เป็นเมืองที่ฝนตกมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาษา : มีการใช้ภาษามากกว่า 170 ภาษา โดยส่วนมากเกือบทั้งหมดนั้นเป็นตระกูลภาษาย่อยมาลาโย-โปลินีเซียนตะวันตก แต่ในปี พ.ศ. 2530 รัฐธรรมนูญได้ระบุให้ภาษาฟิลิปิโน (Filipino) และภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ที่ใช้กันมากในประเทศฟิลิปปินส์มีทั้งหมด 8 ภาษา ได้แก่ ภาษาสเปน ภาษาจีนฮกเกี้ยน ภาษาจีนแต้จิ๋ว ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาซินด์ ภาษาปัญจาบ ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ โดยฟิลิปปินส์นั้น มีภาษาประจำชาติคือ ภาษาตากาล็อก
ศาสนา : ร้อยละ 92 ของชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมดนับถือศาสนาคริสต์ โดยร้อยละ 83 นับถือนิกายโรมันคาทอลิก และร้อยละ 9 เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ มุสลิมร้อยละ 5 พุทธและอื่น ๆ ร้อยละ 3
สกุลเงิน : เปโซ (Peso : PHP) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ (ซื้อ) 0.72 บาท/ 1 เปโซ (ขาย) 0.75 บาท/ 1 เปโซ (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร (วาระ 6 ปี)

  • ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย (Gloria Macapagal Arroyo) ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2547

สิงคโปร์ (Singapore)


ธงชาติ            ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)
ที่ตั้ง : เป็นนครรัฐ ที่ตั้งอยู่บนเกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ละติจูด 1°17’35” เหนือ ลองจิจูด 103°51’20” ตะวันออก ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ อยู่ทางใต้ของรัฐยะโฮร์ของประเทศมาเลเซีย และอยู่ทางเหนือของเกาะรีเยาของประเทศอินโดนีเซีย
พื้นที่ : ประกอบด้วยเกาะสิงคโปร์และเกาะใหญ่น้อยบริเวณใกล้เคียง 63 เกาะ มีพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 697 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเกาะภูเก็ต) เกาะสิงคโปร์เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีความยาวจากทิศตะวันตกไปตะวันออกประมาณ 42 กิโลเมตร และความกว้างจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ประมาณ 23 กิโลเมตร
เมืองหลวง : สิงคโปร์
ประชากร : 4.35 ล้านคน (พ.ศ.2548) ประกอบด้วยชาวจีน 76.5% ชาวมาเลย์ 13.8% ชาวอินเดีย 8.1% และอื่น ๆ 1.6%
ภูมิอากาศ : ร้อนชื้น มีฝนตกตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 26.8 องศาเซลเซียส
ภาษา : ภาษาทางราชการ คือ ภาษามาเลย์ (ภาษาประจำชาติ) จีนกลาง (แมนดาริน) ทมิฬ และอังกฤษ สิงคโปร์ส่งเสริมให้ประชาชนพูด 2 ภาษา โดยเฉพาะจีนกลาง ในขณะที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการติดต่องานและในชีวิตประจำวัน
ศาสนา : พุทธ 42.5% อิสลาม 14.9% คริสต์ 14.5% ฮินดู 4% ไม่นับถือศาสนา 25%
สกุลเงิน : ดอลลาร์สิงคโปร์ (Singapore Dollar : SGD) อัตราแลกเปลี่ยน (ซื้อ) 23 บาท/ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ขาย) 23.5 บาท/ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (มกราคม 2552)
ระบอบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

  • ประธานาธิบดี คือ นายเอส อาร์ นาธาน (S R Nathan) (ดำรงตำแหน่งสองสมัยตั้งแต่ 1 กันยายน 2542)
  • นายกรัฐมนตรี คือ นายลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) (12 สิงหาคม 2547)

ประเทศไทย (Thailand)

 
ธงชาติ    ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand)
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทางทิศตะวันออกติดประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ทิศใต้ติดอ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันตกติดทะเลอันดามันและประเทศพม่า และทิศเหนือติดกับประเทศพม่าและประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้นเป็นบางช่วง
พื้นที่ : 513,115.02 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร (Bangkok)
ประชากร : 64.7 ล้านคน (2551)
ภูมิอากาศ : เป็นแบบเขตร้อน อากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมเป็นฤดูร้อน โดยจะมีฝนตกและเมฆมากจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นฤดูฝน ส่วนในเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศแห้งและหนาวเย็นจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นฤดูหนาว ยกเว้นภาคใต้ที่มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปีจึงมีแค่สองฤดูคือฤดูร้อนกับฤดูฝน
ภาษา : ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ
ศาสนา : ประมาณร้อยละ 95 ของประชากรไทยนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติโดยพฤตินัย แม้ว่ายังจะไม่มีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็ตาม ศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ 4 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยทางภาคใต้ตอนล่าง ศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นประมาณร้อยละ 1
สกุลเงิน : บาท (Baht : THB)
ระบอบการปกครอง : ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

  • พระมหากษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (His Majesty King Bhumibol Adulyadej)
  • นายกรัฐมนตรี คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (Mr.Abhisit Vejjajiva) (17 ธันวาคม พ.ศ.2551)

เวียดนาม (Vietnam)

ธงชาติ          ตราแผ่นดิน

ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
ที่ตั้ง : เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออก
พื้นที่ : 331,689 ตารางกิโลเมตร (0.645 เท่าของประเทศไทย)
เมืองหลวง : กรุงฮานอย (Hanoi)
ประชากร : ประมาณ 86.1 ล้านคน (กรกฎาคม 2551) เป็น เวียด 80% เขมร 10 %(บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศ) ต่าย 1.9% ไท 1.74% เหมื่อง 1.49% ฮั้ว(จีน) 1.13% นุง 1.12% ม้ง 1.03%
ภูมิอากาศ : เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเปิดโล่งรับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านทะเลจีนใต้ ทำให้มีโอกาสรับลมมรสุมและพายุหมุนเขตร้อน จึงมีฝนตกชุกในฤดูหนาว สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง (ฝนตกตลอดปี ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นประเทศที่มีความชื้นประมาณ 84 % ตลอดปี มีปริมาณฝน จาก 120 ถึง 300 เซนติเมคร(47 ถึง 118 นิ้ว) และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 5°C (41°F) ถึง 37°C (99°F)
ภาษา : ภาษาเวียดนาม (Vietnamese) เป็นภาษาราชการ ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2463 วงการวิชาการเวียดนามได้ลงประชามติที่จะใช้ตัวอักษรโรมัน (quoc ngu) แทนตัวอักษรจีน (Chu Nom) ในการเขียนภาษาเวียดนาม
ศาสนา : ส่วนใหญ่ชาวเวียดนามนับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายานสูงถึงร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร ร้อยละ 15 นับถือศาสนาคริสต์ ที่เหลือนับถือลัทธิขงจื้อ มุสลิม
สกุลเงิน : ด่อง (Dong : VND) อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 461 ด่อง/ 1 บาท (มกราคม 2550)
ระบอบการปกครอง : ระบอบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองเดียว

  • ประมุข-ประธานาธิบดี คือ นายเหงียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet) (27 มิถุนายน 2549)
  • หัวหน้ารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี คือ นายเหงียน ถัน ดุง (Nguyen Tan Dung)
  • เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ คือ นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh)

ที่มา : http://www.baanjomyut.com

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

ทำไมอาเซียนจึงมีสมาชิกสิบประเทศ

ดังที่ทราบแล้วว่าสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ที่ก่อตั้งในปี 1967 มีรัฐสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ด้วยเหตุผลหลักคือต่อต้านภัยคุกคามจากสงครามเย็นเพื่อรักษาระบอบการปกครองเดิม และมีส่วนสนับสนุนลัทธิทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
จากนั้นมีประเทศอื่นๆ อีก 5 ประเทศเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกตามลำดับ ดังนี้
เนการาบรูไนดารุสซาลาม หรือประเทศบรูไนได้เข้าร่วมสมาชิกเป็นลำดับที่ 6 ในปี 1984 หลังได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรไม่ถึง 1 สัปดาห์
บรูไนเป็นประเทศเล็กๆ ปัจจุบันมีประชากรเพียง 4 แสนคน แต่อุดมด้วยทรัพยากรน้ำมัน ในอดีตเป็นแหล่งเพาะปลูกเครื่องเทศแห่งหนึ่ง การเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนเท่ากับมวลหมู่ชาติสมาชิกอาเซียนซึ่งมีฐานะเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงประกาศยอมรับความเป็นชาติอธิปไตยของบรูไน ได้รับการปกป้องจากอาเซียนภายใต้บริบทโลกยุคใหม่ ต่างจากอดีตที่ต้องยินยอมเข้าอยู่ใต้การอารักขาของสหราชอาณาจักรภายใต้ยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากสเปนและฮอลันดา
กรณีของบรูไนเป็นลักษณะเฉพาะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ อีก 4 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนดังจะกล่าวต่อไป

 
(ภาพ: logo อาเซียน ภาพจาก: http://www.asean.org/)

เหตุการณ์ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของอาเซียนอีกครั้งหนึ่งคือ การเข้าร่วมของประเทศเวียดนามในปี 1995 ถือเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ประเทศแรกที่เข้าร่วมอาเซียน (ปัจจุบันเวียดนามยังถูกจัดว่าเป็นรัฐคอมมิวนิสต์)
ณ เวลานั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่เพราะอาเซียนยอมรับประเทศเวียดนามที่มีระบอบการปกครอง มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างจากประเทศชาติสมาชิกอาเซียนโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลการรับเวียดนามเข้ามาอยู่ในอาเซียน หรือทำไมเวียดนามจึงอยากเข้ามาร่วมกับอาเซียน มีผู้อธิบายด้วยเหตุผลที่หลากหลาย
หากจะอธิบายด้วยเหตุผลเชิงการเมืองระหว่างประเทศ สามารถอธิบายได้ว่าในช่วงนั้นสงครามเวียดนามสิ้นสุดนานแล้ว และที่สำคัญกว่าคือสงครามเย็นยุติลงแล้วเช่นกัน การรับเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกคือการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าความขัดแย้งเดิมๆ ได้หมดไป ไม่มีการแบ่งแยกตามขั้วการเมืองระหว่างประเทศแบบเดิมอีก เป็นกุศโลบายให้ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพวกเดียวกัน สามารถใช้อาเซียนเป็นเวทีเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ  ความไว้เนื้อเชื่อใจ และและความร่วมมือระหว่างกัน
ส่วนเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ ในระยะแรกไม่ได้หวังเรื่องการทำการค้าการลงทุนเท่าไหร่นัก แต่การเข้ารวมกลุ่มอาเซียนจะช่วยให้เวียดนามมีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมเสรีของชาติสมาชิก เร่งให้เวียดนามพัฒนาเศรษฐกิจของตนเข้าสู่ระบบตลาดมากขึ้น
ในขณะที่เวียดนามก็อยากมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเสรีประชาธิปไตย ไม่ยึดอยู่กับแนวคิดในสมัยสงครามเย็นอีกต่อไป และอยากมีสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศทุนนิยมมากขึ้น อาจดูตัวอย่างจากประเทศจีนที่เปิดประเทศบางส่วนต้อนรับการลงทุนจากนานาชาติ ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต ประเทศพัฒนาอย่างรวดเร็ว
การที่อาเซียนยอมรับเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกจึงถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของอาเซียน
เมื่ออาเซียนรับเวียดนามเป็นสมาชิกจึงไม่มีเหตุผลที่ประเทศลาว เมียนมาร์และกัมพูชาจะไม่สามารถเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย ในเวลาต่อมาทั้งสามประเทศจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกในเวลาไล่เลี่ยกัน อาเซียนทุกวันนี้จึงมีสมาชิก 10 ประเทศ

 
(ภาพ: แผนที่อาเซียน ภาพจาก: chanthaburi.doae.go.th/Google)

เรื่องการเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนของประเทศต่างๆ มีรายละเอียดอยู่มาก มีผู้ทำการศึกษาวิจัยไว้ สามารถศึกษารายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ได้
รวมความแล้วหากยึดว่าจุดเริ่มต้นของอาเซียนเกิดจากการที่ชาติสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศอันได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ประกาศรวมตัวกันเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากสงครามเย็น เมื่อความตึงเครียดจากสงครามเย็นคลายตัว บริบทโลกเปลี่ยนไปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ รัฐบาลหรือผู้นำประเทศของทั้ง 5 ประเทศที่โน้มเอียงไปทางทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยกับรัฐบาลของประเทศที่โน้มเอียงไปทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จึงหันหน้าเข้าหากัน และรวมตัวกันภายใต้อาเซียน ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเย็นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันเป็นยุคที่ภัยคุกคามจากลัทธิสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กลายเป็นเรื่องอดีต และน้อยคนจะเอ่ยถึง ทำให้หลายคนลืมหรือไม่รู้ว่าอาเซียนในปัจจุบันประกอบด้วยชาติสมาชิกที่มีการปกครองหลากหลาย มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ถือเป็นลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของอาเซียนเลยทีเดียว แต่ภายใต้ลักษณะพิเศษนี้ไม่ได้หมายถึงการมีแต่ประโยชน์หรือข้อดี เพราะมีอุปสรรคที่เกิดตามมาด้วย
 อาเซียนมีประวัติดำรงมาแล้ว 40 กว่าปีและมีวิสัยทัศน์จะก้าวไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นจำต้องตระหนักว่ามวลหมู่ชาติสมาชิก 10 ประเทศมีความแตกต่างกันไม่ใช่น้อย การจะเชื่อมต่อระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจำต้องออกแบบระบบหรือกลไกที่สามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การรวมตัวของ 10 ประเทศดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อทุกประเทศต่อประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง

อ้างอิงจาก http://chanchaiblogger.blogspot.com/

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

กำเนิดอาเซียน

 มีผู้พยายามอธิบายกำเนิดอาเซียนในหลายแง่มุมครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเหตุผลจากการถอนตัวของอดีตชาติเจ้าอาณานิคม การแก้ไขข้อพาทระหว่างกัน แม้กระทั่งความพยายามของบางประเทศที่ประสงค์เข้ามามีบทบาทนำในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในที่นี้เห็นว่าสงครามเย็นคือปัจจัยสำคัญที่สุด
 ความคิดเบื้องแรกที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดจะรวมตัวกันเกิดจากภัยคุกคามอันเนื่องจากสงครามเย็น (Cold War) อันเป็นการขับเคี่ยวระหว่างค่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยกับค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ทำให้เกิดการปะทะกันในหลายพื้นที่ ในช่วงทศวรรษ 1960 สงครามเวียดนามบานปลายใหญ่โต กองทัพอเมริกันรบกับพวกเวียดนามเหนือโดยตรง เฉพาะที่ประเทศเวียดนามรัฐบาลอเมริกาส่งทหารไปร่วมรบถึง 4-5 แสนนาย ในขณะที่ขบวนการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กำลังแพร่ขยายอย่างรวดเร็วทั้งในเวียดนาม ลาว กัมพูชา สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในภาวะสงครามหรือตึงเครียดระดับสงครามที่เดิมพันด้วยการรักษาระบอบอำนาจเดิมหรือการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

 
(ภาพ: สงครามเวียดนาม (ดูสารคดีสงครามเวียดนามได้จาก link ในศึกษาเพิ่มเติม) 
ภาพจาก: news.bbc.co.uk/Google)

เมื่อสงครามในอินโดจีนทวีความรุนแรง ขบวนการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เคลื่อนไหวในเวียดนาม ลาว กัมพูชามากขึ้น และเริ่มเข้ามาแพร่หลายในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาครวมทั้งประเทศไทย ทำให้รัฐบาลหรือผู้นำประเทศของกลุ่มประเทศที่โน้มเอียงไปทางสนับสนุนการปกครองแบบทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยตระหนักถึงภัยคุกคามร้ายแรงที่มาถึงหน้าประตูบ้านหรือโจรได้เข้ามาคุกคามบางส่วนของบ้านตัวเองแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ย่อมสร้างความเสียหายร้ายแรงถึงขั้นผู้ปกครองต้องเสียอำนาจ ประเทศเปลี่ยนการปกครอง ระบบศาสนาถูกกำจัด (สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้นต่อต้านศาสนาอย่างรุนแรง)
ความน่าหวาดวิตกยังเกิดจากการวิเคราะห์ตามแนวทฤษฎีโดมิโน (Domino theory) ของสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกาที่ชี้ว่าหากประเทศอินโดจีน คือ เวียดนาม ลาว กัมพูชาตกเป็นคอมมิวนิสต์แล้วประเทศที่เหลือในภูมิภาคจะพลอยกลายเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย ไม่ว่าทฤษฎีดังกล่าวจะสมเหตุผลเพียงใดรัฐบาลสหรัฐฯ กับรัฐบาลกลุ่มประเทศที่เหลือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างกังวลใจอย่างยิ่ง เห็นความจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อต้านภัยคุกคามร้ายแรงดังกล่าว

หลังจากการปรึกษาหารือหลายรอบ ที่สุดจัดตั้งเป็นสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) หรือที่นิยมเรียกแบบสั้นๆ ว่า อาเซียน ภายใต้ “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) หรือที่เรียกว่าปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1967 ณ เวลานั้นมีรัฐสมาชิกเริ่มต้นเพียง 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ทั้งห้าประเทศไม่สนับสนุนลัทธิสังคมนิยม ในมุมกลับกันคือการโน้มเอียงเข้าข้างฝ่ายทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ โดยเฉพาะบางประเทศ เช่น ประเทศไทย
 ดังนั้น แม้ว่าวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียนตามปฏิญญากรุงเทพฯ จะมีหลายข้อ กล่าวถึงแทบทุกด้านอย่างครอบคลุม เช่น ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ พัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค ฯลฯ แต่เหตุผลหลักในช่วงก่อตั้งนั้นคือรัฐบาลหรือผู้นำประเทศต้องการต่อต้านภัยคุกคามจากสังคมนิยมคอมมิวนิสต์นั่นเอง
 อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของอาเซียนเพื่อต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์เริ่มผ่อนคลายลงหลังจากที่สหรัฐอเมริกากับจีนเริ่มปรับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ความตึงเครียดของสงครามเย็นลดน้อยลง ประเทศทั้งหลายในโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน บริบทโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากพร้อมกับภัยคุกคามแบบใหม่ที่เกิดขึ้น การดำรงอยู่ของอาเซียนหรือประชาคมอาเซียนในปัจจุบันจึงไม่ตั้งอยู่บนวัตถุประสงค์ดั้งเดิมอีกต่อไป กล่าวได้ว่ามวลหมู่ชาติสมาชิกอาเซียนได้ก้าวออกจากอดีตไปสู่อนาคตข้างหน้าแล้ว

อ้างอิงจาก  http://chanchaiblogger.blogspot.com

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

สัตว์ประจำชาติประเทศสมาชิกอาเซียน

National Animals of ASEAN Countries สัตว์ประจำชาติประเทศสมาชิกอาเซียน

Thailand
 
Image credit:Greenpeace Thailand
Thai Elephant
The elephant is the national animal of Thailand. Elephants are an important part of Thai culture and the Thai way of life. They also play an integral role in the monarchy. The flag of Thailand used to be a white elephant on a red background. In May 1998, the Cabinet approved the designation of March 13 as Thai Elephant Day to raise and sustain public awareness of the importance of elephants.
ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทย ถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง และมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของประเทศ โดยเมืองไทยเรานั้น มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับช้างนับเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ครั้งหนึ่งธงชาติไทยก็มีรูปช้างปรากฏอยู่บนผืนธงสีแดง  กระทั่งในเดือนพฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2541 คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้มีมติเห็นชอบประกาศให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ช้างไทย เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญและการดำรงอยู่ของช้างไทย
Indonesia
 
Image credit:Wikipedia
Komodo Dragon
The Komodo Dragon is the national animal of Indonesia. They are the biggest and heaviest lizards on Earth. They are found on Komodo island in Indonesia.

มังกรโคโมโด สัตว์ประจำชาติอินโดนีเซีย เป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นสัตว์เลื้อยคลานใกล้สูญพันธุ์พบได้เฉพาะบนเกาะโคโมโด (Komodo Island)เกาะเล็กๆที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ เนื่องจากเป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเล
the Philippines
 
Image credit:Wikipedia
Carabao
The national animal of the Philippines is the carabao, the Asian Water Buffalo.The carabao (water buffalo) is still a very important draught-animal on the rice-fields. The carabao is also used for pulling activities in the forest. If not working, the water buffalo  can be seen while it is resting, many times in a place of water and mud.
กระบือเป็นสัตว์ประจำชาติฟิลิปปินส์ ในภาษาตากาล็อกเรียกว่า คาราบาว เลี้ยงเพื่อใช้แรงงานในไร่นาหรือบางทีใช้สำหรับการชักลากซุงออกจากป่า โดยลักษณะนิสัยพฤติกรรมของกระบือนั้นมักจะชอบนอนแช่น้ำหรือแช่ปลักโคลนเพื่อเป็นการผ่อนคลายความร้อนของร่างกาย เมื่อว่างเว้นจากการถูกใช้งาน
 
Malaysia
 
Image credit:Wikipedia
Malayan Tiger
 
The Malayan Tiger is the national animal of Malaysia. It habitats the southern and central parts of the Malay Peninsula. A tiger is depicted in the coat of arms of Malaysia. It symbolizes bravery and strength to Malaysians. It is also the nickname of the Malaysian national football team.
เสือโคร่งเป็นสัตว์ประจำชาติมาเลเซีย มีถิ่นฐานอยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู โดยเสือโคร่งนั้นได้รับการยกย่องอย่างสูงยิ่ง ดังปรากฏอยู่บนตราแผ่นดินของมาเลเซียเพื่อแสดงถึงกำลังและความกล้าหาญของชาวมาเลเซีย อีกทั้งยังใช้เป็นสมญานามของฟุตบอลทีมชาติมาเลเซียอีกด้วย
Cambodia
 
Image credit:Wikipedia
Kouprey
 
The kouprey is the national animal of Cambodia. It is a wild-ox like creature. It lives in herds of up to 20. The kouprey is one of the world’s rarest mammals. Prince Sihanouk of Cambodia designated the kouprey as the country’s national animal in 1960.

กูปรีหรือโคไพรเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศกัมพูชา  เป็นสัตว์จำพวกกระทิงและวัวป่า มักอยู่รวมเป็นฝูง โดยฝูงหนึ่งอาจมากถึง 20 ตัว จัดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบเห็นยากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก  ปัจจุบันไม่มีการรายงานการพบมานานแล้ว เชื่อว่าอาจจะยังพอมีหลงเหลืออยู่ในชายแดนไทยกับกัมพูชาแถบจังหวัดศรีสะเกษ  ในปี 2507 เจ้านโรดมสีหนุแห่งกัมพูชาทรงประกาศให้กูปรีเป็นสัตว์ประจำชาติของกัมพูชา
Singapore
 
Image credit:Wikipedia
Lion

The lion is the symbol of Singapore and where the State derives its name. The name “Singapore” comes from the Malay “Singapura”, which means Lion City. The figure of a lion appears on the left side of the Coat of Arms of Singapore. The lion symbolises courage, strength and excellence.
Laos
 
Image credit:Wikipedia
Indian Elephant
 
The national animal of Laos is Indian elephant. Laos is historically known as Lan Xang, or Land of a Million Elephants. But today there are as few as 1,500 including both wild and domesticated elephant in Laos.
Myanmar
 
Image credit:Wikipedia
Tiger

The tiger is the national animal of Myanmar. The Hukaung Valley Tiger Reserve in Myanmar is the world’s largest tiger sanctuary.
 
Vietnam

 
Image credit:Wikipedia
Water Buffalo

The water buffalo is the national animal of Vietnam. It is common in the southern regions of the country. It is a large black animal with huge curving horns.
โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น