ทำไมอาเซียนจึงมีสมาชิกสิบประเทศ

ดังที่ทราบแล้วว่าสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ที่ก่อตั้งในปี 1967 มีรัฐสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ด้วยเหตุผลหลักคือต่อต้านภัยคุกคามจากสงครามเย็นเพื่อรักษาระบอบการปกครองเดิม และมีส่วนสนับสนุนลัทธิทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
จากนั้นมีประเทศอื่นๆ อีก 5 ประเทศเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกตามลำดับ ดังนี้
เนการาบรูไนดารุสซาลาม หรือประเทศบรูไนได้เข้าร่วมสมาชิกเป็นลำดับที่ 6 ในปี 1984 หลังได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรไม่ถึง 1 สัปดาห์
บรูไนเป็นประเทศเล็กๆ ปัจจุบันมีประชากรเพียง 4 แสนคน แต่อุดมด้วยทรัพยากรน้ำมัน ในอดีตเป็นแหล่งเพาะปลูกเครื่องเทศแห่งหนึ่ง การเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนเท่ากับมวลหมู่ชาติสมาชิกอาเซียนซึ่งมีฐานะเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงประกาศยอมรับความเป็นชาติอธิปไตยของบรูไน ได้รับการปกป้องจากอาเซียนภายใต้บริบทโลกยุคใหม่ ต่างจากอดีตที่ต้องยินยอมเข้าอยู่ใต้การอารักขาของสหราชอาณาจักรภายใต้ยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากสเปนและฮอลันดา
กรณีของบรูไนเป็นลักษณะเฉพาะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ อีก 4 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนดังจะกล่าวต่อไป

 
(ภาพ: logo อาเซียน ภาพจาก: http://www.asean.org/)

เหตุการณ์ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของอาเซียนอีกครั้งหนึ่งคือ การเข้าร่วมของประเทศเวียดนามในปี 1995 ถือเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ประเทศแรกที่เข้าร่วมอาเซียน (ปัจจุบันเวียดนามยังถูกจัดว่าเป็นรัฐคอมมิวนิสต์)
ณ เวลานั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่เพราะอาเซียนยอมรับประเทศเวียดนามที่มีระบอบการปกครอง มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างจากประเทศชาติสมาชิกอาเซียนโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลการรับเวียดนามเข้ามาอยู่ในอาเซียน หรือทำไมเวียดนามจึงอยากเข้ามาร่วมกับอาเซียน มีผู้อธิบายด้วยเหตุผลที่หลากหลาย
หากจะอธิบายด้วยเหตุผลเชิงการเมืองระหว่างประเทศ สามารถอธิบายได้ว่าในช่วงนั้นสงครามเวียดนามสิ้นสุดนานแล้ว และที่สำคัญกว่าคือสงครามเย็นยุติลงแล้วเช่นกัน การรับเวียดนามเข้ามาเป็นสมาชิกคือการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าความขัดแย้งเดิมๆ ได้หมดไป ไม่มีการแบ่งแยกตามขั้วการเมืองระหว่างประเทศแบบเดิมอีก เป็นกุศโลบายให้ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพวกเดียวกัน สามารถใช้อาเซียนเป็นเวทีเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ  ความไว้เนื้อเชื่อใจ และและความร่วมมือระหว่างกัน
ส่วนเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ ในระยะแรกไม่ได้หวังเรื่องการทำการค้าการลงทุนเท่าไหร่นัก แต่การเข้ารวมกลุ่มอาเซียนจะช่วยให้เวียดนามมีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมเสรีของชาติสมาชิก เร่งให้เวียดนามพัฒนาเศรษฐกิจของตนเข้าสู่ระบบตลาดมากขึ้น
ในขณะที่เวียดนามก็อยากมีความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเสรีประชาธิปไตย ไม่ยึดอยู่กับแนวคิดในสมัยสงครามเย็นอีกต่อไป และอยากมีสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศทุนนิยมมากขึ้น อาจดูตัวอย่างจากประเทศจีนที่เปิดประเทศบางส่วนต้อนรับการลงทุนจากนานาชาติ ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต ประเทศพัฒนาอย่างรวดเร็ว
การที่อาเซียนยอมรับเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกจึงถือเป็นก้าวสำคัญครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของอาเซียน
เมื่ออาเซียนรับเวียดนามเป็นสมาชิกจึงไม่มีเหตุผลที่ประเทศลาว เมียนมาร์และกัมพูชาจะไม่สามารถเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย ในเวลาต่อมาทั้งสามประเทศจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกในเวลาไล่เลี่ยกัน อาเซียนทุกวันนี้จึงมีสมาชิก 10 ประเทศ

 
(ภาพ: แผนที่อาเซียน ภาพจาก: chanthaburi.doae.go.th/Google)

เรื่องการเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียนของประเทศต่างๆ มีรายละเอียดอยู่มาก มีผู้ทำการศึกษาวิจัยไว้ สามารถศึกษารายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ได้
รวมความแล้วหากยึดว่าจุดเริ่มต้นของอาเซียนเกิดจากการที่ชาติสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศอันได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ประกาศรวมตัวกันเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากสงครามเย็น เมื่อความตึงเครียดจากสงครามเย็นคลายตัว บริบทโลกเปลี่ยนไปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ รัฐบาลหรือผู้นำประเทศของทั้ง 5 ประเทศที่โน้มเอียงไปทางทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยกับรัฐบาลของประเทศที่โน้มเอียงไปทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์จึงหันหน้าเข้าหากัน และรวมตัวกันภายใต้อาเซียน ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามเย็นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันเป็นยุคที่ภัยคุกคามจากลัทธิสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กลายเป็นเรื่องอดีต และน้อยคนจะเอ่ยถึง ทำให้หลายคนลืมหรือไม่รู้ว่าอาเซียนในปัจจุบันประกอบด้วยชาติสมาชิกที่มีการปกครองหลากหลาย มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ถือเป็นลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของอาเซียนเลยทีเดียว แต่ภายใต้ลักษณะพิเศษนี้ไม่ได้หมายถึงการมีแต่ประโยชน์หรือข้อดี เพราะมีอุปสรรคที่เกิดตามมาด้วย
 อาเซียนมีประวัติดำรงมาแล้ว 40 กว่าปีและมีวิสัยทัศน์จะก้าวไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นจำต้องตระหนักว่ามวลหมู่ชาติสมาชิก 10 ประเทศมีความแตกต่างกันไม่ใช่น้อย การจะเชื่อมต่อระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมจำต้องออกแบบระบบหรือกลไกที่สามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อให้การรวมตัวของ 10 ประเทศดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อทุกประเทศต่อประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง

อ้างอิงจาก http://chanchaiblogger.blogspot.com/

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s